ประวัติศาสตร์แม่น้ำจันทบุรี


ประวัติศาสตร์แม่น้ำจันทบุรี เป็นแม่นำ้สายสำคัญที่สุด แห่งชาติไทย สายหนึ่ง คือตั้งแต่ยุคต้นแห่งกรุงศรีอยุธยา เรื่อยๆมา เรือสำเภาใหญ่จากจีนแห่งราชวงศ์ชิง ในสมัยเจิงเหอ. เป็นแม่ทัพนายกองเรือพาณิจของจีน เรือจากกลุ่มอาหรับ ญี่ปุ่น และยุโรป ที่มุ่งหน้ามาค้าขายกับสยามที่กรุงศรีอยุธยา จะต้องแวะที่เมืองจันทบุรีก่อน เพราะเป็นเส้นทางผ่าน ด้วยสาเหตุเพราะเมืองจันทบูร หรือจันทบุรี เป็นเมืองที่มีทรัพยากรทางธรรมชาติ ที่อุดมสมบูรณ์ เจ้าของพื้นที่ เป็นคนใจดี. มีมิตรสัมพันธ์ที่ดี ค้าขายเก่ง ทีโอบอ่าวที่จอดเรือ หลบคลื่นลมที่กว้างใหญ่ ปลอดภัย และมีแหล่งน้ำจืดที่สะอาดเเป็นจำนวนมาก มีแม่น้ำไหลผ่านตัวเมืองกว้างใหญ่ เดินเรือ้ข้าออกสะดวก ดังนั้นโอบอ่าวปากน้ำแหลมสิงห์ จึงเต็มไปด้วยเรือสำเภา.เรือกำปั่นจากอาหรับและยุโรป จอดเรียงรานยอยู่ทั่งไป เรือกำปั่นและเรือสำเภาลำใหญ่ๆท้องเรือกินน่ำลึก กลัวติดสันดอนปากแม่น้ำ ก็จอดทอดสมอ รอลารลำเลียงสินค้าจากในตัวเมืองจากเรือลำเล็กแล้นำมาใส่เรือลำใหญ่ เมืองจันทบุรี มีสายแร่ทองคำ แร่เงิน แร่ทองแดง  แร่ตะกั่ว แร่เหล็ก และแร่มีค่าอื่นๆอีกมาก เมืองจันทบุรี ใต้พื้นดินมีอัญมญีกระจายอยู่ทั่วไป แทบทุกอำเภอ เช่นเขาพลอยแหวน เขาวัว เขตอำเภอท่าใหม่..ในเขตอำเภอ.มะขาม..ขลุง คิชกูฎ โป่งนำ้ร้อน สอยดาว ใต้พื่นดินมีแร่อัญมณีกระจายอยู่ทั่วๆไป เป็นจังหวัดที่สำคัญยิ่ง จึงเป๋นที่หมายปองของนักล่าเมืองขึ้นตลอดมา นับเป็นร้อยๆปี ที่ทรัพยาการของเมืองจันท์ นำเงินภาษี เงินจากกองพาณิชเรือหลวง และส่วยแผ่นดิน นำรายได่เข้าสู่ท้อฃพระคลังหลวง เป็นมูลค่สมหาศาลยิ่งนัก ด่านเก็บภาษีสินค้าส่งออก ที่ต้นแม่น้ำจันทบุรี คือ ด่านท่าหลวงบน ด่านท่าหลวงล่าง (ปัจจุบันอยู่ในเขตดาาน อ.มะขาม) .และยกเลิกด่านนี้ในสมัย ร.5 ด่านเก็บภาษีทางทะเล คือ ด่านปากนำ้แหลมสิงห์. ด่านคลองใหญ่..ด่านวังตโนด และด่านแขมหนู เงินภาษีทั้งกมดที่รวบรวมได้ ถูกนำมาเก็บไว้ที่ทำการพระคลังหลวง ที่อยู่รวมกันจวนเจ้าเมือง ท่าหลวงริมแม่น้ำจันมบุรี( ปัจจุบันเป็นอาคารสำนักงานป่าไม้.จันทบุรี นอกจากสมุนไพรที่มีค่า แร่อัญมณีแล้ว ป่าดงดิบเมืองจันท์ทั้งจังหวัด ยังอุดมไปด้วย ต่านไม้มีค่ามากมาย เช่น ไม้ตะเคียนทอง (ใช้ต่อเรือ) ไม่ปรดู่ ไม้กรันเกรา ไม้ตะแบก ไม้แดง .และอื่นๆ ป่าเมืองจันท์อุดมไปด้วย.ต้นหวาย ที่นำไปใช้จักสาน ทำเชือก สารพัดชนิด เป็นที่ต้องการของกองทัพหลวง เช้ยหวายพัศเดา เป็ยหวายเส้นใหญ่ นำไปทำเป็นเชือกผูกล่ามช้าง และวัว ควาย เป็นต้น ในแม่น้ำมีกุ้ง ปลา ชุกชุมมาก จึงมีจรเข้ ขนาดใหญ่ๆ อาศัย อยู่ทั่วไป ตลอดแม่น้ำ นอกจากทรัพยากรดังที่กล่าวมาแล้ว แม่น้ำจันทบุรีจึงเป็นแม่น้ำที่สำคัญยิ่ง สายหนึ่งในทางการเมืองการทหาร  แม่น้ำสายสำคัญในการกู้อิสสระภาพของชาติ คือ รัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหสราช พระองค์ทรงรวบรวม กองกำลังทหาร เสบียงกองทัพ อาวุธนานาชนิด ลำเสียงลงเรือสำเภา น้อยใหญ่ เรือยาวไล่ล่า. ซึ่งรวบรวมมาได้เป็นจำนวนมาก. ใช้เวลาทำการเพียงสามเดิอนเศษ. ในขณะที่อยู่ที่เมืองจัยทบุรี เมื่อได้เวลาเคลื่อนกิงทัพเรือ ที่ทรงพลังแสนยานุภาพ. จากตัวเมืองจันทบุรี ไปตามลำแม่น้ำจันทบุรี ออกสู่ปากน้ำแหลมสิงห์ เลียบเลาะฝัางทะเลอ่าวไทย เข้าสู่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา. มุ่งหน้าสู่กรุงศรีอยูธยทันที เป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง ใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน ฆ่าสุกี้นายกองพม่าตาย พม่าถอยทัพยอมแพ้ อิสสระภาพกลับมาเป็นของสยามทันที หลังจากเราเสียหายไปเพียงเจ็ดเดือนเท่านั้น
แม่น้ำจันทบุรี..ในยุตรัชสมัยแห่งกรุงรัตนโกสิน..ได้น้อมรับการเสด็จประพาส ห้วเมืองตะวันออกทางทะเล ที่เมืองจันทบุรี แทบทุกรัชการ คือ ร.4 ร.5 .ร.6. ร.7
โดยเฉพาะ ร.5..เสด็จประพาส 5 ครั้ง
ร.5 ร.6 และ ร.7 .ได้เสด๋จประพาสทอดพระเนตร ที่น้ำตกพริ้ว ทรงพอพระราชหฤทัยมาก และได้จารรึกพระปรมาภิไทยย่อ. ไว้ที่ก้อนศิลาใหญ่ ใกล้บริเวณน้ำตก ทั้งสามพระอิงค์
ส่วน. ร.9 ได้เสด็จมาโดยเครื่องบินพระที่นั่ง มาจันทบุรี หลายครั้ง ส่วน ร.10 เคยเสด็จมาหลายครั้ง ในรัชสมัยที่ดำรงค์พระยศ เป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ส่วนสมเด็จพระเทพ..และพระบรมวงศ์.ทุกพระองค์..ได้เสด็จมา.เมืองจันทบุรีเป็นประจำ



ข้อมูลและภาพประกอบทั้งหมด .เป็นการเรียบเรียงขึ้นมา โดย อ. ประสิทธิ์ ธนพัฒนากุล แห่งหอประวัติศาสตร์ อ.ประสิทธิ์ จันทบุรี
ผู้ก่อตั้งหอประวัติศาสตร์ อ.ประสิทธิ์